[BLACK] Chapter 1 : The Chariot

posted on 01 Sep 2013 23:04 by pupumeteor in The-Black-Order
 
 
 
 
----------------------------------------------------------------------------------
 
เกี่ยวเนื่องกับ :
 
 
 
ตัวละครที่ปรากฏ :
 
 
 
----------------------------------------------------------------------------------
 
 
 
 
 
 
 
 
ก็เหมือนกับกับที่พวกยิปซีใช้ทำนายดวงชะตานั่นแหละ 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ในไพ่หนึ่งสำรับ รู้รึเปล่า...ว่ามันมีทั้งหมดกี่ใบ?
 
 
 
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นหรอก 
 
 
 
ที่น่าสนใจคือผลลัพธ์ของมันต่างหาก
 
 
 
ไพ่แต่ละใบที่แตกต่างกัน พอมารวมกันแล้วกลับมีพลังขึ้นมา
 
 
 
มหัศจรรย์มากเลยนะ! ไม่คิดงั้นเหรอ
 
 
 
แค่ไพ่เปลี่ยนไปซักใบ ผลลัพธ์ที่ได้นี่คนละเรื่องเลยเทียว
 
 
 
ส่วนไพ่สำหรับคราวนี้น่ะเหรอ?  นั่นสินะ
 
 
 
โอ้... ดูสิ ดูสิ นี่ยังไงล่ะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
  
 
 
เป็นชุดไพ่ที่แปลกดีนะ  ว่างั้นมั๊ย?
 
 
 
แล้วผลลัพธ์ของไพ่ชุดนี้เป็นยังน่ะเหรอ?
 
 
 
 
 
 
 
 
 
     
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
นั่นสิน้า ~
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 



 
 
"ถึงไหนแล้วครับเนี่ย..."
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 





 "ใกล้แล้วล่ะครับ"
 "สถานที่จริงจะเป็นแบบไหนนะ ผมเองก็เพิ่งเคยมา ตื่นเต้นจัง น่าสนุกเนอะ"
 "............"

 


 "ไร่องุ่นกว้างๆ...เมืองน่าอยู่..ล่ะมั้งครับ"
 "คงสวยแล้วก็น่ากินสุดๆแน่ ว่าแต่ชอบกินองุ่นกันมั๊ยครับ? ถ้ามีให้กินเยอะขนาดนั้นคงเบื่อกันไปข้างแหงเลย"


 "องุ่นก็หวานอมเปรี้ยวดีนะครับ แต่ผมชอบทุเรียนมากกว่า"

 

 "ยูคิชอบผลไม้อะไรเหรอครับ
 "...ถ้ามีให้เลือก ก็..คงเป็นลูกพีชค่ะ"
 "ผมเคยกินแต่พีชแฮะ ทุเรียนนี่ ...ยังไม่เคยเห็นของจริงซักครั้ง"
 "ลูกพีชเหรอ....นั่นก็หวานดีนะครับ ทุเรียนพวกคุณอาจจะไม่ชอบ ดูเหมือนกลิ่นมันจะแรงไปสำหรับชาวต่างชาติ"


 "ทุเรียน...ที่ลูกใหญ่ๆหนามแหลมๆรึเปล่าคะ..?" 
 "ใช่แล้วครับ"

 "กลิ่นมันแรงขนาดนั้นเลยเหรอคะ...?"
 "สำหรับผมแล้วกลิ่นหอมน่าทานครับ สำหรับคุณเจิ้งอี้ล่ะ?"
 "ผมไม่เคยเห็นน่ะครับ เลยไม่รู้ว่ากลิ่นจริงๆเป็นยังไง เห็นในหนังสือเค้าบอกว่าหอมแบบหวานๆ"

 


 "ว่าแต่อินโนเซนต์นี่ก็สรรหาอยู่แต่ในที่ที่คิดไม่ถึงตลอดเลยนะครับเนี่ย ดันมาอยู่ซะที่กันดารแบบนี้"


 "ถือซะว่าได้เที่ยวไงครับ"
 "นั่นสินะครับ คิดแบบนั้นน่าจะสนุกกว่าแฮะ งั้นพวกเราก็เป็นแฟมิลี่ทริป!"


 "ดูเหมือนจะถึงแล้วนะครับ"


"......."

 
"ตามผมมเลยครับ~  เดี๋ยวพอเราลงกันที่สถานีนี้แล้ว ก็ไปจุดนัดพบตามที่มาเธียสว่าไว้ต่อ"
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
*Canton of Schaffhausen   , Switzerland
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 


จากรถไฟ ต่อด้วยเกวียน


จากศาสนจักรแห่งความมืด ไปยังสวิสเซอร์แลนด์


และมุ่งสู่ชาฟฮูเซน ไร่องุ่นทางตอนเหนือของประเทศ

 


ฟันเฟืองแห่งชะตากรรมที่ค่อยๆหมุนไปตามระบบของมัน

 

 


เอ็กโซซิสต์สามคน ปวิช เจิ้งอี้ และยูคิ
พร้อมด้วยผู้ติดตามตำแหน่งเจ้าหน้าที่ค้นหาอีกหนึ่งคนนาม แอนดี้ เบลล์

แอนดี้แสดงอาการปวดหัวเรื้อรังเป็นครั้งคราวในระหว่างการเดินทาง
แม้ว่าความร่าเริงและช่างพูดของเขาจะพยายามกลบเกลื่อนมันไว้แต่ก็ไม่สามารถเก็บซ่อนได้มิด
อาการปวดหัวของเขาเกิดขึ้นบ่อยจนน่าเป็นห่วง  ว่าหากเกิดเหตุไม่คาดคิดแอนดี้จะเอาตัวรอดได้หรือไม่

 

ใครจะรู้ ?

 

เมื่อสอบถามได้ความจากชาวบ้าน  ทั้งหมดก็เดินเท้าจากตัวหมู่บ้านไปยังปลายสุดของหมู่บ้าน

โดยมีเจิ้งอี้และแอนดี้พูดคุยสารพัดตลอดทางอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยหรือเพียงพอ  ถึงอย่างนั้นปวิชหรือยูคิก็ไม่ได้แสดงท่าทีรำคาญแต่อย่างใด

 

อดีตไร่องุ่นอันหอมหวานชวนลิ้มรส เหลือให้เห็นแต่เพียงความรกร้างที่หาเค้าเดิมไม่ได้ ตรงกับที่ระบุไว้เบื้องต้นในเอกสาร   และแม้ว่าระหว่างทางทุกคนจะรู้สึกเหมือนถูกจับตามองเป็นระยะ แต่ก็ไม่สามารถหาจุดใดมายืนยันความรู้สึกดังกล่าว  จึงทำได้แค่เดินหน้าต่อไปตามภารกิจเท่านั้น  และในท้ายที่สุด   ทั้งหมดก็มาถึงยังกระท่อมที่อยู่ปลายไร่  จุดหมายของภารกิจนี้

 

บรรยากาศเงียบสงัด  วังเวง   มากเกินกว่าจะรับรู้ถึงชีวิตใดๆ

 

แอนดี้และยูคิล้อมอยู่รอบนอกบริเวณ  โดยมีปวิชและเจิ้งอี้เป็นแนวหน้าเข้าไปสำรวจ  นี่คือสิ่งที่ทีมตกลงกัน  และแผนการก็เริ่มต้นไปตามที่วางไว้  ปวิชและเจิ้งอี้ค่อยๆลอบเข้าไปยืนราบกับกำแพงริมประตูกระท่อม 

 

 

 

นับสาม...

 

 

นับสอง...

 

 

นับหนึ่ง...

 

 

 

 

ภายในกระท่อมว่างเปล่า  เต็มไปด้วยหยากไย่  มันรกร้างไม่ต่างกับไร่องุ่นด้านนอก  ชายหนุ่มทั้งสองจึงกลับออกมาเรียกอีกสองคนเข้ามาสำรวจ  และหารือกันถึงสิ่งที่จะทำกันต่อไป

 

ไม่ไกลกันนักเป็นบ้านหลังโตของหญิงม่าย  แน่นอนว่าทั้งหมดเห็นพ้องต้องกันถึงการเข้าสำรวจ  แม้เวลาเริ่มโพล้เพล้  แต่พวกเขาก็ต้องทำภารกิจให้ลุล่วงตราบเท่าที่มีความเป็นไปได้   บ้านคอนกรีตสองชั้นที่เคยงามตระหง่านในไร่องุ่น  ที่สุดแห่งสัจธรรม  แม้ตายไปก็ไม่สามารถเอาไปได้

 

เอกสารรายงานเกือบจะได้ระบุลงไปว่าทั้งหมดกลับมามือเปล่า

 

ถ้าหากแอนดี้ไม่บังเอิญปวดหัวอย่างรุนแรงจนชนเข้ากับกำแพง  และทำให้ทีมได้ค้นพบการมีอยู่ของบันไดที่ทอดลงไปยังชั้นใต้ดินของบ้าน  หรือนี่จะเป็นสิ่งที่โบราณว่าไว้ว่า โชคร้ายจะกลับกลายเป็นดี?

 

เหมือนเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์  ห้องใต้ดินแห่งนี้มีร่องรอยการอยู่อาศัยจริงๆ ทั้งเศษอาหาร เศษฟืน  ชุดเครื่องนอน  หรือแม้แต่เครื่องนุ่งห่ม

 

 

แต่ว่าใครกันล่ะ... ?

 

 

 

รูปภาพของครอบครัวครอบครัวหนึ่งถูกตั้งอยู่ริมผนัง  ไม่ไกลนักเป็นไดอารี่เล่มหนาที่เต็มไปด้วยคราบฝุ่น หากถามว่าทำไมจึงรุ้ว่ามันเป็นไดอารี่ ก็เพราะมันถูกจั่วหัวที่ปกว่าไดอารี่ยังไงล่ะ และดูเหมือนมันจะไม่ได้ถูกใช้งานมานานแรมปี  เจิ้งอี้จึงบรรจงปัดฝุ่นมันเล็กน้อยก่อนจะหยิบขึ้นมาเปิดอ่านผ่านๆ

 

"ดูเหมือนจะเป็นไดอารี่ของนาธาน ลูกชายคนสุดท้องของครอบครัวนี้นะครับ ถึงแต่ละหน้าไม่ได้เขียนวันที่ไว้ก็เถอะ"  เจิ้งอี้เงยหน้าขึ้นมาจากการไดอารี่  แต่ไม่ทันที่เขาจะได้บอกรายละเอียดที่ดูสำคัญสำหรับภารกิจนี้แก่เพื่อนร่วมทีม  กลับเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น

 

 

 

 

 

บุคคลนิรนามในชุดคลุมฟาดคราดลงมาจากด้านหลังของกลุ่ม  เคราะห์ดีที่ต่างคนต่างเจนสนามกับประสบการณ์เฉียดตายมานับไม่ถ้วน  ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ  แม้แต่แอนดี้

 

 

 

" ออกไป !! " 

 

 

พลังงานบางอย่างแผ่พุ่งออกมาจากบุคคลนิรนาม

 

ปวิชพยายามเกลี้ยกล่อมถึงการมาอย่างสันติของพวกเขา  แต่บุคคลนิรนามก็ไม่ได้สนใจพร้อมทั้งขับไล่อย่างแข็งกร้าว  เมื่อเห็นว่าไม่ได้ผล  

 

ปวิชจึงเตรียมใช้กำลังเข้าจับกุม 

 

แต่ในขณะที่เขากำลังพุ่งเข้าหาบุลคลนิรนามนั้นเอง  ได้ก่อเกิดแสงสีขาวประหลาดสว่างจ้าขึ้นมาครู่ใหญ่จนทำให้ประสาทการมองเห็นของทุกคนด้านชาไปชั่วขณะ

  

 

บุคคลนิรนามหายไป...

 

 

แต่กระนั้นยังคงมีเสียงฝีเท้าที่กำลังวิ่งดังก้องอยู่ในห้องใต้ดิน  เมื่อทีมตั้งตัวได้อีกครั้ง  ยูคิจึงชี้ให้เห็นถึงอุโมงค์ที่ทอดยาวออกไปในความมืด

 

ทั้งสี่คนวิ่งตามเส้นทางในอุโมงค์ตามเสียงฝีเท้าไปพร้อมกับถกข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบุคคลปริศนา  บางทีพลังนั่นอาจจะเป็นอินโนเซนต์   รวมถึงตัวเขาคนนั้นก็อาจจะเป็นเจ้าของไดอารี่ด้วยก็เป็นได้

 

ไม่ีอะไรที่ได้มาง่ายๆ  คาดว่าเส้นทางนี้เองก็ดูจะเป็นเส้นทางสำหรับหลบและลี้ภัย  ด้วยความสลับซับซ้อนทำให้ทีมพบกับความยากลำบากในการติดตามตัวบุคคลนิรนาม    ซึ่งกว่าพวกเขาจะออกมาได้ก็พบว่าฟ้าได้มืดสนิทเสียแล้ว  และวิสัยทัศน์เป็นอุปสรรคสำหรับการค้นหาอย่างเห็นได้ชัด

 

 

เรื่องราวยังคงไม่ง่าย

แม้ว่าไร่องุ่นจะเป็นเพียงสถานที่รกร้าง...ที่ไร้ซึ่งไม้เถาแล้ว

 
 
 
 
 
 
 
Continue on ...  >>   [BLACK] [MM01] Chapter 1
 
 
 
 
 
 ----------------------------------------------------------------------------------
 
 



 

ยังไงก็ขอบคุณที่แวะเวียนกันเข้ามาก๊าบ
 
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

สรุปว่าลูกชายคนเล็กชื่อนาธานจิ่นะครับ(อาไปเปลี่ยนด่วนเลยผม=w=') ทำเยอะมากอ่ะ....ขยันวาดมากอ่ะ..... พออ่านนี่แล้วรู้สึกว่าเจิ้งอี้ที่ผมเขียนจะเงียบเกิินไป(โอ...ไม่...) ขอบคุณที่ช่วยแต่งเพิ่มมาถึงส่วนของผมนะครับTUT

#2 By กรูมันเทพ on 2013-09-27 08:10

*อ้าปากค้างใส่คอมิคตอนต้นอย่างไม่รู้จะคอมเม้นท์อะไรดี* #เกรียนไป
ไม่คอมเม้นท์เนื้อเรื่อง แต่คอมเม้นท์ว่าโหดได้มั้ยคะ o<-< #แย่
เพิ่งรู้ว่าคนอื่นได้จับกลุ่มกันเป็นกลุ่มใหญ่... แถมแต่ละคนก็สายโหดกันทั้งนั้น อา... รอยลความโหดTBCนะคะ

Tags